อ้อย
วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554
อ้อยโรงงาน
1. ประเด็นเทคโนโลยีที่ควรถ่ายทอด
1.1 การผลิตอ้อยอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ
2. เนื้อหา
2.1. วัชพืชที่สำคัญและการป้องกันกำจัด
2.1.1 ชนิดวัชพืช
(1) วัชพืชฤดูเดียว เป็นวัชพืชที่ครบวงจรชีวิตภายในฤดูเดียว ส่วนมากขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
ประเภทใบแคบ เช่น หญ้าตีนกาใหญ่ หญ้าตีนนก หญ้านกสีชมพู หญ้าปากควาย หญ้าดอกขาวและหญ้าขจรจบดอกเล็ก เป็นต้น
ประเภทใบกว้าง เช่น ผักโขมหนาม ผักบุ้งยาง ผักเบี้ยหิน น้ำนมราชสีห์ สาบแร้งสาบกา
แมงลักป่า ครอบจักรวาล และโคกกระสุน เป็นต้น
(2) วัชพืชข้ามปี เป็นวัชพืชที่ส่วนมากขยายพันธุ์ด้วยต้น ราก เหง้า หัวและไหล ได้ดีกว่าการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
ประเภทใบแคบ เช่น หญ้าตีนติด หญ้าชันกาด หญ้าแพรก หญ้าขน และหญ้าคา เป็นต้น
ประเภทใบกว้าง เช่น เถาตอเชือก และผักปราบ
ประเภทกก ได้แก่ แห้วหมู
2.1.2 การป้องกันกำจัดวัชพืชในไร่อ้อย
(1) อ้อยปลูก
- ไถ 1 - 2 ครั้ง ตากดิน 7 - 10 วัน พรวนดินแล้วคราดเก็บเศษซาก ราก เหง้า หัว และไหลของวัชพืชข้ามปีออกจากแปลงก่อนปลูก
- กำจัดวัชพืชด้วยแรงงาน หรือเครื่องจักรกล 1 - 2 ครั้ง ในช่วงอ้อยอายุ 1 - 2 เดือน หรือเมื่อวัชพืชมี 4 - 5 ใบ หรือก่อนวัชพืชออกดอก
- ในเขตชลประทาน ควรปลูกพืชบำรุงดินแซมระหว่างร่องอ้อย เช่น ถั่วพร้า อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ โดยปลูกทันทีหลังปลูกอ้อย แล้วไถกลบเมื่ออายุ 1-2 เดือน พร้อมการให้ปุ๋ย
- ในกรณีที่การจัดการกำจัดวัชพืชด้วยแรงงานหรือเครื่องจักรกลไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ควรพ่นสารกำจัดวัชพืช ตามคำแนะนำตารางที่ 1
(2) อ้อยตอ
- หลังตัดแต่งตออ้อย ให้ใช้ใบและยอดอ้อยคลุมดิน
- ใช้เครื่องสับใบอ้อย พรวนจาน หรือจอบหมุนคลุกใบอ้อยลงดินก่อนให้ปุ๋ย
- ในระยะอ้อยแตกกอ ถ้ามีวัชพืชปริมาณมาก ควรกำจัดวัชพืชด้วยแรงงานหรือ
เครื่องจักรกล 1 ครั้ง หรือพ่นสารกำจัดวัชพืช
2.2. การป้องกันกำจัดศัตรูอ้อย
2.2.1 การอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ
ศัตรูธรรมชาติของแมลงและสัตว์ศัตรูอ้อยที่สำคัญพบทั่วไป ได้แก่
(1) แมลงห้ำ เป็นตัวห้ำของหนอนกอลายจุดใหญ่และหนอนกอลายจุดเล็ก มี 4 ชนิด
- ด้วงเต่า ตัวเต็มวัยมีขนาด 0.3-0.7 เซนติเมตร ลำตัวกลม ด้านบนโค้งนูน ปีกสีส้มหรือสีแดงเป็นเงา บางชนิดมีจุดหรือแถบสีดำ วางไข่เป็นกลุ่มหรือเป็นฟองเดี่ยว ๆ บนพื้นผิวพืช ไข่มีลักษณะเรียวยาว หัวท้ายแหลม สีเหลืองอ่อน หนอนมีสีดำ รูปร่างเรียวยาวคล้ายกระสวย บางครั้งมีจุดหรือแถบสีส้ม สีเหลืองอ่อน หรือสีขาวบนลำตัว หนอนและตัวเต็มวัยกัดกินไข่ของผีเสื้อหนอนกออ้อย
- มวนพิฆาต มีรูปร่างคล้ายโล่ ลำตัวสีน้ำตาล มีจุดหรือแถบสีขาว วางไข่เป็นกลุ่มสีเงิน
ตัวอ่อน และตัวเต็มวัยทำลายหนอนกออ้อย
- แมลงหางหนีบ ตัวเต็มวัยมีสีน้ำตาลเข้ม ลำตัวยาวเรียว ขนาดประมาณ 1.6 เซนติเมตร
มีปีก 2 คู่ สีเหลืองอ่อน ขอบปีกสีดำ ปีกคู่หลังยาวกว่าปีกคู่หน้า แต่สั้นกว่าส่วนท้อง ที่ปลายท้องมีอวัยวะคล้ายคีม 1 คู่ ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยกัดกินไข่และหนอนขนาดเล็กของหนอนกออ้อย
- มด เป็นแมลงห้ำที่สำคัญ ทำลายไข่ หนอน และดักแด้ของหนอนกออ้อย
(2) แมลงเบียน มี 3 ชนิด
- แตนเบียนไข่ไตรโคแกรมมา เป็นแมลงเบียนไข่ของผีเสื้อหนอนกออ้อย ตัวเต็มวัยมีขนาดเล็ก ประมาณ 0.6 มิลลิเมตร วางไข่ในไข่ของผีเสื้อหนอนกออ้อย ทำให้ไข่ของหนอนกออ้อยเปลี่ยนเป็นสีดำ และไม่ฟักเป็นหนอน
- แตนเบียนไข่เทเลโนมัส เป็นแมลงเบียนไข่ของผีเสื้อหนอนกออ้อย ลักษณะการทำลายคล้ายกับแตนเบียนไข่ไตรโคแกรมมา ตัวเต็มวัยมีสีดำเข้ม ขนาดประมาณ 1.0 มิลลิเมตร
- แตนเบียนหนอนโคทีเซีย เป็นแมลงเบียนระยะหนอนของหนอนกออ้อย ตัวเต็มวัยมีสีดำขนาด 1.0 - 2.0 มิลลิเมตร วางไข่ในลำตัวหนอนกออ้อย เมื่อไข่ฟักเป็นหนอนจะดูดกินอยู่ภายในตัวหนอนกออ้อย หนอนของแตนเบียนที่โตเต็มที่จะเจาะผนังลำตัวหนอนกออ้อยออกมาสร้างรังดักแด้ หนอนกออ้อยที่ถูกแตนเบียนโคทีเซียเข้าทำลายจะมีตัวเหลืองซีด เคลื่อนไหวช้า ไม่กินอาหารและตาย
(3) เชื้อรา ช่วยทำลายแมลงศัตรูอ้อย สปอร์ของเชื้อราบนตัวแมลงอาศัย เมื่อได้รับความชื้นที่เหมาะสม จะงอกเป็นเส้นใยแทงผ่านรูหายใจแมลง เข้าไปเจริญเติบโต สร้างเส้นใย และเพิ่มปริมาณอยู่ภายในเต็มลำตัวแมลง ทำให้แมลงอาศัยตาย หลังจากนั้นจะสร้างเส้นใยและสปอร์ออกมาคลุมตัวแมลงอาศัย เชื้อราชนิดนี้เข้าทำลายหนอนของด้วงหนวดยาว ปลวก และแมลงนูนหลวง
(4) ไร ดูดกินน้ำเลี้ยงจากหนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย ทำให้ด้วงหนวดยาวตาย
(5) นกฮูก นกแสก เหยี่ยว พังพอน และงู เป็นศัตรูธรรมชาติจับกินหนูสัตว์ศัตรูของอ้อย
6
ศัตรูธรรมชาติทั้ง 5 กลุ่มนี้ มีประสิทธิภาพในการควบคุมแมลงและสัตว์ศัตรูพืช ดังนั้นในการป้องกันกำจัดศัตรูอ้อย ควรใช้วิธีการที่ปลอดภัยตามคำแนะนำ เพื่ออนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ดังกล่าว
2.2.2 โรคที่สำคัญและการป้องกันกำจัด
(1) โรคใบขาว
สาเหตุ เกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมา
ลักษณะอาการ ใบอ้อยเรียวแคบเล็ก สีเขียวอ่อนหรือขาว แตกกอเป็นฝอย แคระแกร็น พบทุกระยะการเจริญเติบโต อาการจะปรากฏชัดเจนในอ้อยตอที่แตกใหม่ โดยเฉพาะในอ้อยอายุ 4-5 เดือนขึ้นไป จะสังเกตได้จากการแตกหน่อสีขาวที่โคนกอหรือตาข้าง พบโรคในทุกแหล่งปลูก สามารถแพร่ระบาดโดยทางท่อนพันธุ์ ทำให้ผลผลิตเสียหาย 30-100 เปอร์เซ็นต์
ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในฤดูฝน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งปลูกที่เป็นดินร่วนปนทราย
การป้องกันกำจัด
- ไม่ใช้ท่อนพันธุ์จากแหล่งและแปลงที่มีโรคระบาด หากมีความจำเป็น ให้แช่ท่อนพันธุ์ในน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส นาน 2 ชั่วโมง
- ขุดตออ้อยที่เป็นโรค และนำไปทำลายนอกแปลงปลูก
- ในแหล่งที่พบการระบาดของโรคเป็นประจำ หลังเก็บเกี่ยวแล้วให้รื้อแปลงและทำลายตออ้อย
- ปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อตัดวงจรโรค เช่น ถั่วมะแฮะ ถั่วพร้า ถั่วเหลือง หรือข้าวโพด เป็นต้น
(2) โรคเหี่ยวเน่าแดง
สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา
ลักษณะอาการ ยอดเหลือง ต่อมาจะแห้ง เนื้อในลำอ้อยเน่าช้ำสีแดง หรือสีน้ำตาลม่วง ทำให้ต้นอ้อยตาย อ้อยปลูกใหม่จะเริ่มแสดงอาการในเดือนที่ 6 - 7 ทำให้ผลผลิตลดลง 20 - 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในอ้อยตอจะเริ่มแสดงอาการตั้งแต่ 2 - 3 เดือนหลังแต่งตอ ทำให้ผลผลิตลดลง 50 - 100 เปอร์เซ็นต์ เชื้อราติดไปกับท่อนพันธุ์ แพร่ไปตามดิน สปอร์ปลิวไปตามลมและน้ำ พบระบาดในแหล่งปลูกภาคกลาง
ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในฤดูฝน
การป้องกันกำจัด
- ปลูกพันธุ์ที่ต้านทานต่อโรคได้แก่ เค 84-200 เค 88-92 เค 90-77 เอฟ 156 อู่ทอง 4 หรือขอนแก่น 1
- ไม่ใช้ท่อนพันธุ์จากแหล่งและแปลงที่มีโรคระบาด
- ถ้าโรคระบาดในแปลงอ้อยปลูก ควรงดการให้ปุ๋ยและน้ำ แล้วรีบตัดอ้อยส่งโรงงาน
- หลังเก็บเกี่ยวให้ขุดตออ้อยที่เป็นโรคเผาทำลาย และไถตากดิน 2 - 3 ครั้ง ก่อนปลูกอ้อยใหม่
7
(3) โรคแส้ดำ
สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา
ลักษณะอาการ อ้อยแตกยอดออกมาเป็นแส้สีดำ พบว่ามีอาการรุนแรงในอ้อยตอมากกว่าอ้อยปลูก ทำให้ตอแคระแกร็น ไม่ให้ลำหรือลำเล็กผอมและแห้งตาย พบโรคในทุกแหล่งปลูก เชื้อราติดไปกับท่อนพันธุ์ แพร่ไปตามดิน สปอร์ปลิวไปตามลมและน้ำ ทำให้ผลผลิตในพันธุ์อ่อนแอลดลง 50 - 80 เปอร์เซ็นต์ คุณภาพลดลง 10 - 12 เปอร์เซ็นต์
ช่วงเวลาระบาด ตลอดฤดูปลูก
การป้องกันกำจัด
- ใช้พันธุ์ต้านทานต่อโรค ได้แก่ อู่ทอง 1 อู่ทอง 3 อู่ทอง 4 ขอนแก่น 1 เค 84-200 หรือ เค 88-92
- ไม่ใช้ท่อนพันธุ์จากแหล่งและแปลงที่มีโรคระบาด
- แช่ท่อนพันธุ์ก่อนปลูกในสารป้องกันกำจัดโรคพืชเช่น ไตรอะไดมีฟอน (25 % ดับบลิวพี) อัตราการใช้ 48 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือโพรพิโคนาโซล (25% อีซี) อัตราการใช้ 16 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร แช่ท่อนพันธุ์นาน 30 นาทีก่อนปลูก
(4) โรคกอตะไคร้
สาเหตุ เกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมา
ลักษณะอาการ อ้อยแตกกอเป็นฝอยคล้ายกอตะไคร้ ต้นแคระแกร็น ใบแคบเล็ก สีเขียว อาการรุนแรงในอ้อยตอจนไม่มีลำให้เก็บเกี่ยว พบระบาดในแหล่งปลูกภาคกลาง โรคติดไปกับท่อนพันธุ์ ทำให้ผลผลิตในพันธุ์อ่อนแอลดลง 20 - 50 เปอร์เซ็นต์ในอ้อยปลูก และ 100 เปอร์เซ็นต์ในอ้อยตอ
ช่วงเวลาระบาด ตลอดฤดูปลูก
การป้องกันกำจัด
- ไม่ใช้ท่อนพันธุ์จากแหล่งและแปลงที่มีโรคระบาด
- ปลูกอ้อยพันธุ์ทนทานโรค คือ อู่ทอง 3
2.2.3 แมลงศัตรูที่สำคัญและการป้องกันกำจัด
(1) หนอนกอลายจุดใหญ่ หรือหนอนเจาะลำต้นอ้อย
ลักษณะการทำลาย ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนสีน้ำตาลเข้ม ลำตัวยาว 1.5 - 2.0 เซนติเมตร วางไข่เป็นกลุ่มคล้ายเกล็ดปลา มีไขหุ้ม ตามใบ กาบใบ และลำต้น หนอนสีขาวนวล โตเต็มที่ยาวประมาณ 2.0 เซนติเมตร มีลายที่ด้านข้างและบนลำตัว มีจุดกลมขนาดเท่าหัวเข็มหมุดหลังลำตัว หนอนเจาะลำต้นอ้อยบริเวณส่วนยอด แล้วกัดกินเนื้ออ้อยลงมาถึงโคนจนเหลือแต่เปลือก พบการระบาดในทุกแหล่งปลูกอ้อย
ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในพื้นที่มีความชื้นสูง 70 - 80 เปอร์เซ็นต์ ใกล้แหล่งน้ำหรือติดกับนาข้าว เข้าทำลายตั้งแต่อ้อยย่างปล้องประมาณ 5 เดือน จนถึงระยะเก็บเกี่ยว
9
การป้องกันกำจัด
- หลังเก็บเกี่ยว ใช้ใบอ้อยคลุมดิน เพื่อป้องกันการทำลายของหนอน
- ในแหล่งที่พบการระบาดเป็นประจำ ให้ปลูกพันธุ์ต้านทาน ได้แก่ เค 84-200 อู่ทอง 1 อู่ทอง 3
- ตัดลำอ้อยที่ถูกทำลาย แล้วผ่าลำอ้อยทำลายหนอนที่อยู่ภายใน
- ทำการป้องกันโดยวิธีผสมผสาน
(2) หนอนกอลายจุดเล็ก
ลักษณะและการทำลาย ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน สีน้ำตาล ลำตัวยาว 1.0 - 1.5 เซนติเมตร ปีกคู่หน้าสีน้ำตาลเข้ม มีจุดสีน้ำตาลดำเลือน ๆ อยู่ข้างละจุด ปีกคู่หลังสีน้ำตาลอ่อน วางไข่เป็นกลุ่มที่ใบ หนอนมีลายสีน้ำตาลดำสลับขาว หัวสีน้ำตาลเข้ม โตเต็มที่ยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร มีจุดขนาดเล็กบนหลังปล้องละคู่ หนอนวัยที่ 3 ทิ้งตัวลงมาเจาะที่โคนหน่ออ้อยระดับผิวดิน กัดกินส่วนเจริญเติบโตของอ้อย ทำให้ยอดอ้อยแห้งตาย พบการระบาดในทุกแหล่งปลูกอ้อย
ช่วงเวลาระบาด ในช่วงที่มีอุณหภูมิสูง และอากาศแห้งแล้ง หรือช่วงอ้อยแตกกออายุ 1 - 4 เดือน
การป้องกันกำจัด
- หลังเก็บเกี่ยว ใช้ใบอ้อยคลุมดิน เพื่อป้องกันการทำลายของหนอน
- ในแหล่งที่พบการระบาดรุนแรงเป็นประจำ ให้ปลูกอ้อยหลาย ๆ พันธุ์คละกัน และควรปลูกพันธุ์ทนทานปานกลาง คือ เค 84-200 หรือ อู่ทอง 1
- ตัดหน่ออ้อยที่ถูกทำลาย แล้วผ่าลำอ้อยทำลายหนอนที่อยู่ภายใน
- ทำการป้องกันกำจัดโดยวิธีผสมผสาน
(3) ด้วงหนวดยาว
ลักษณะและการทำลาย เป็นแมลงศัตรูในดิน ตัวเต็มวัย สีน้ำตาลแดง ยาว 2.5 - 4.0 เซนติเมตร เพศเมียส่วนท้องมีลักษณะมน ส่วนเพศผู้ตรงปลายเว้า พบระบาดมากในดินร่วนปนทราย วางไข่ใกล้โคนต้นอ้อย หนอนรูปร่างแบนทรงกระบอก สีขาวนวล โตเต็มที่ยาว 7-10 เซนติเมตร กัดกินรากและเหง้าอ้อย ทำให้ลำต้นเป็นโพรง แห้งตายทั้งกอ เข้าทำลายอ้อยเกือบตลอดอายุการเจริญเติบโต
ช่วงเวลาระบาด ระบาดตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในดินร่วนปนทรายที่ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน
การป้องกันกำจัด
- ถ้าระบาดทำลายลำอ้อยปลูกเกิน 24 เปอร์เซ็นต์ ควรไถทิ้งหลังเก็บเกี่ยว
- ไถพรวนดินหลาย ๆ ครั้งก่อนปลูกอ้อย แล้วเก็บหนอนออกจากแปลงไปทำลาย
- ในระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน เป็นระยะที่พบตัวเต็มวัยเป็นจำนวนมาก ให้ใช้กับดักหลุมที่ปูพื้นด้วยผ้าพลาสติก จับแล้วนำไปทำลาย
- พ่นสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช
(4) ปลวก
ลักษณะและการทำลาย สร้างรังอยู่ใต้ดิน ลำตัวสีขาว เข้าทำลายลำอ้อยระดับต่ำกว่าผิวดินเล็กน้อย กัดกินอ้อยเป็นโพรงแล้วบรรจุดินแทนที่ ทำให้น้ำหนักอ้อยลดลง เข้าทำลายอ้อยทุกระยะการเจริญเติบโต พบระบาดในทุกแหล่งปลูกอ้อย
ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในสภาพอากาศแห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน
การป้องกันกำจัด
- ไถ 1-2 ครั้ง ตากดิน 7-10 วัน แล้วพรวน 2-3 ครั้ง
- พ่นสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช (ตามคำแนะนำตารางที่ 2)
(5) แมลงนูนหลวง
ลักษณะและการทำลาย เป็นแมลงศัตรูในดิน ตัวเต็มวัยปีกค่อนข้างใหญ่ ยาว 3.2 - 4.0 เซนติเมตร วางไข่ในดินลึกประมาณ 15 เซนติเมตร หนอนมีลักษณะโค้งงอ ยาว 6.5 - 7.0 เซนติเมตร สีขาวนวล ปากมีเขี้ยวใหญ่แข็งแรง ขาเจริญเติบโตดีเห็นได้ชัดเจน กัดกินรากอ้อยแห้งตายทั้งกอ ทำให้อ้อยหักล้ม
ช่วงเวลาระบาด ระบาดตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในดินร่วนปนทราย
การป้องกันกำจัด
- จับตัวเต็มวัยทำลาย
- ไถพรวนดินหลายครั้ง ทำลายไข่และหนอนในดินก่อนปลูกอ้อย
- พ่นสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช
2.2.4 สัตว์ศัตรูที่สำคัญและการป้องกันกำจัด ได้แก่ หนู
ลักษณะและการทำลาย หนูเป็นสัตว์ฟันแทะ กัดกินอ้อยทุกระยะการเจริญเติบโต
โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงอ้อยอายุ 6 - 8 เดือน หนูพุกใหญ่และหนูพุกเล็ก ทำความเสียหายรุนแรงมากกว่าหนูบ้านท้องขาวโดยกัดแทะโคนต้นและตาอ้อย ต้นอ้อยจะหักล้มและถูกหนูชนิดอื่นเข้าทำลายซ้ำ ทำให้ผลผลิต และคุณภาพอ้อยลดลง
ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในฤดูที่ไม่มีพืชอาหารชนิดอื่น
การป้องกันกำจัด
- กำจัดวัชพืชบริเวณแปลงปลูก และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อไม่ให้เป็นที่อาศัยของหนู
- ใช้กรงดักหรือกับดัก
- เมื่อสำรวจพบร่องรอย รูหนู ประชากรหนู และความเสียหายของอ้อยรุนแรงให้ใช้วิธีป้องกันกำจัดโดยวิธีผสมผสาน เช่น การใช้กรงดักหรือกับดัก ร่วมกับการใช้เหยื่อพิษ (รายละเอียดตารางที่ 3)
2.3 คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและเหมาะสม
การใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่เหมาะสม เกษตรกรต้องรู้จักศัตรูพืช ชนิดและอัตราการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช การเลือกใช้เครื่องพ่น หัวพ่น และวิธีการพ่นที่ถูกต้อง มีข้อแนะนำควรปฏิบัติดังนี้
การใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช
2.3.1 ตรวจซ่อมอุปกรณ์เครื่องพ่นอย่าให้มีรอยรั่ว เพื่อป้องกันสารพิษเปียกเปื้อนเสื้อผ้าและร่างกายของผู้พ่น
2.3.2 ต้องสวมเสื้อผ้าและอุปกรณ์ป้องกันสารพิษ ได้แก่ หน้ากากหรือผ้าปิดจมูก ถุงมือ หมวก และรองเท้า เพื่อป้องกันอันตรายจากสารพิษ
2.3.3 อ่านฉลากคำแนะนำคุณสมบัติ และการใช้ของสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง
2.3.4 ควรพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชในช่วงเช้าหรือเย็น ขณะลมสงบ หลีกเลี่ยงการพ่นในเวลาแดดจัดหรือลมแรง ขณะปฏิบัติงานผู้พ่นต้องอยู่เหนือลมตลอดเวลา
2.3.5 เตรียมสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชสำหรับใช้ให้หมดในคราวเดียว ไม่ควรเหลือติดค้างในถังพ่น
2.3.6 ปิดฝาภาชนะบรรจุสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชให้สนิทเมื่อเลิกใช้ เก็บไว้ในที่มิดชิด ห่างจากสถานที่ปรุงอาหาร แหล่งน้ำ และต้องปิดกุญแจโรงเก็บ
2.3.7 ภายหลังการพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชทุกครั้ง ผู้พ่นต้องอาบน้ำ สระผม และเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที เสื้อผ้าที่ใส่ขณะพ่นสาร ต้องซักให้สะอาดทุกครั้ง
2.3.8 ไม่เก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่ใช้จะสลายตัวถึงระดับปลอดภัย โดยดูจากตารางคำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช หรือฉลากที่ภาชนะบรรจุ
2.3.9 ควรจดบันทึกการใช้สารเคมีทุกครั้ง
2.4.การเก็บเกี่ยว
2.4.1 ระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม
(1) เก็บเกี่ยวอ้อยที่อายุ 10-14 เดือนหลังปลูก สังเกตจากยอดอ้อยจะมีข้อถี่กว่าปกติ
(2) น้ำอ้อยมีความหวานมากกว่า 10 ซี.ซี.เอส. หรือมีค่าบริกซ์ของส่วนกลางและปลายลำอ้อยแตกต่างกันน้อยกว่า 2 องศาบริกซ์
(3) ควรตัดอ้อยตอเข้าโรงงานก่อนอ้อยปลูก
2.4.2 วิธีการเก็บเกี่ยว
(1) ใช้แรงงาน
(1) ใช้ใบมีดถากใบและกาบใบออกทั้ง 2 ด้าน แล้วตัดอ้อยให้ชิดดิน
(2) ควรตัดยอดอ้อยต่ำกว่าจุดคอใบ ประมาณ 25 - 30 เซนติเมตร ในอ้อยที่ไม่ออกดอก และตัดต่ำกว่าใบธง ประมาณ 100 – 150 เซนติเมตร ในอ้อยที่ออกดอก
(3) ใช้ยอดอ้อยมัดโคนและปลายลำอ้อย มัดละ 10 ลำวางในไร่
(2) ใช้เครื่องเก็บเกี่ยว
ใช้เครื่องแบบตัดเป็นท่อน ตั้งใบมีดล่างให้ชิดดิน และใบมีดบนให้ได้ระดับกับความสูงของอ้อย ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับคำแนะนำในข้อ (2.4.1) แล้วใส่รถบรรทุกส่งเข้าโรงงานภายใน 24 ชั่วโมง
2.4.3 การจัดการตออ้อย
(1) อ้อยที่ใช้แรงงานต้องใช้ใบมีดตัดอ้อยให้ชิดดินทันที่หลังเก็บเกี่ยว
(2) ต้องไม่เผาใบอ้อย ให้ใช้ใบและยอดอ้อยคลุมดิน เพื่อรักษาความชื้น ทำให้อ้อยตองอกดีช่วยป้องกันการงอกของวัชพืช และลดการระบาดของหนอนกออ้อย
(3)ให้ปุ๋ยและน้ำ
2.5.วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว
2.5.1 การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว
(1) อ้อยที่ใช้แรงงานตัด ต้องส่งเข้าโรงงานภายใน 1-2 วัน
(2) อ้อยที่ตัดโดยใช้เครื่องเก็บเกี่ยว ต้องส่งเข้าโรงงานภายใน 24 ชั่วโมง
2.5.2 การขนส่ง
(1) เตรียมยานพาหนะในการขนส่งไว้ล่วงหน้าก่อนการเก็บเกี่ยว
(2) รถบรรทุกอ้อยต้องสะอาด และเหมาะสมกับปริมาณอ้อย ไม่ควรเป็นรถที่ใช้บรรทุกดิน สัตว์ มูลสัตว์ ปุ๋ยเคมี และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช เพราะอาจมีการปนเปื้อน ยกเว้น จะมีการทำ
ความสะอาดอย่างเหมาะสม ก่อนนำมาบรรทุกอ้อย
(3) ต้องไม่มีดิน และหินติดไปกับลำอ้อยระหว่างใช้เครื่องขนขึ้นรถบรรทุก
1. ประเด็นเทคโนโลยีที่ควรถ่ายทอด
1.1 การผลิตอ้อยอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ
2. เนื้อหา
2.1. วัชพืชที่สำคัญและการป้องกันกำจัด
2.1.1 ชนิดวัชพืช
(1) วัชพืชฤดูเดียว เป็นวัชพืชที่ครบวงจรชีวิตภายในฤดูเดียว ส่วนมากขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
ประเภทใบแคบ เช่น หญ้าตีนกาใหญ่ หญ้าตีนนก หญ้านกสีชมพู หญ้าปากควาย หญ้าดอกขาวและหญ้าขจรจบดอกเล็ก เป็นต้น
ประเภทใบกว้าง เช่น ผักโขมหนาม ผักบุ้งยาง ผักเบี้ยหิน น้ำนมราชสีห์ สาบแร้งสาบกา
แมงลักป่า ครอบจักรวาล และโคกกระสุน เป็นต้น
(2) วัชพืชข้ามปี เป็นวัชพืชที่ส่วนมากขยายพันธุ์ด้วยต้น ราก เหง้า หัวและไหล ได้ดีกว่าการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
ประเภทใบแคบ เช่น หญ้าตีนติด หญ้าชันกาด หญ้าแพรก หญ้าขน และหญ้าคา เป็นต้น
ประเภทใบกว้าง เช่น เถาตอเชือก และผักปราบ
ประเภทกก ได้แก่ แห้วหมู
2.1.2 การป้องกันกำจัดวัชพืชในไร่อ้อย
(1) อ้อยปลูก
- ไถ 1 - 2 ครั้ง ตากดิน 7 - 10 วัน พรวนดินแล้วคราดเก็บเศษซาก ราก เหง้า หัว และไหลของวัชพืชข้ามปีออกจากแปลงก่อนปลูก
- กำจัดวัชพืชด้วยแรงงาน หรือเครื่องจักรกล 1 - 2 ครั้ง ในช่วงอ้อยอายุ 1 - 2 เดือน หรือเมื่อวัชพืชมี 4 - 5 ใบ หรือก่อนวัชพืชออกดอก
- ในเขตชลประทาน ควรปลูกพืชบำรุงดินแซมระหว่างร่องอ้อย เช่น ถั่วพร้า อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ โดยปลูกทันทีหลังปลูกอ้อย แล้วไถกลบเมื่ออายุ 1-2 เดือน พร้อมการให้ปุ๋ย
- ในกรณีที่การจัดการกำจัดวัชพืชด้วยแรงงานหรือเครื่องจักรกลไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ควรพ่นสารกำจัดวัชพืช ตามคำแนะนำตารางที่ 1
(2) อ้อยตอ
- หลังตัดแต่งตออ้อย ให้ใช้ใบและยอดอ้อยคลุมดิน
- ใช้เครื่องสับใบอ้อย พรวนจาน หรือจอบหมุนคลุกใบอ้อยลงดินก่อนให้ปุ๋ย
- ในระยะอ้อยแตกกอ ถ้ามีวัชพืชปริมาณมาก ควรกำจัดวัชพืชด้วยแรงงานหรือ
เครื่องจักรกล 1 ครั้ง หรือพ่นสารกำจัดวัชพืช
2.2. การป้องกันกำจัดศัตรูอ้อย
2.2.1 การอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ
ศัตรูธรรมชาติของแมลงและสัตว์ศัตรูอ้อยที่สำคัญพบทั่วไป ได้แก่
(1) แมลงห้ำ เป็นตัวห้ำของหนอนกอลายจุดใหญ่และหนอนกอลายจุดเล็ก มี 4 ชนิด
- ด้วงเต่า ตัวเต็มวัยมีขนาด 0.3-0.7 เซนติเมตร ลำตัวกลม ด้านบนโค้งนูน ปีกสีส้มหรือสีแดงเป็นเงา บางชนิดมีจุดหรือแถบสีดำ วางไข่เป็นกลุ่มหรือเป็นฟองเดี่ยว ๆ บนพื้นผิวพืช ไข่มีลักษณะเรียวยาว หัวท้ายแหลม สีเหลืองอ่อน หนอนมีสีดำ รูปร่างเรียวยาวคล้ายกระสวย บางครั้งมีจุดหรือแถบสีส้ม สีเหลืองอ่อน หรือสีขาวบนลำตัว หนอนและตัวเต็มวัยกัดกินไข่ของผีเสื้อหนอนกออ้อย
- มวนพิฆาต มีรูปร่างคล้ายโล่ ลำตัวสีน้ำตาล มีจุดหรือแถบสีขาว วางไข่เป็นกลุ่มสีเงิน
ตัวอ่อน และตัวเต็มวัยทำลายหนอนกออ้อย
- แมลงหางหนีบ ตัวเต็มวัยมีสีน้ำตาลเข้ม ลำตัวยาวเรียว ขนาดประมาณ 1.6 เซนติเมตร
มีปีก 2 คู่ สีเหลืองอ่อน ขอบปีกสีดำ ปีกคู่หลังยาวกว่าปีกคู่หน้า แต่สั้นกว่าส่วนท้อง ที่ปลายท้องมีอวัยวะคล้ายคีม 1 คู่ ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยกัดกินไข่และหนอนขนาดเล็กของหนอนกออ้อย
- มด เป็นแมลงห้ำที่สำคัญ ทำลายไข่ หนอน และดักแด้ของหนอนกออ้อย
(2) แมลงเบียน มี 3 ชนิด
- แตนเบียนไข่ไตรโคแกรมมา เป็นแมลงเบียนไข่ของผีเสื้อหนอนกออ้อย ตัวเต็มวัยมีขนาดเล็ก ประมาณ 0.6 มิลลิเมตร วางไข่ในไข่ของผีเสื้อหนอนกออ้อย ทำให้ไข่ของหนอนกออ้อยเปลี่ยนเป็นสีดำ และไม่ฟักเป็นหนอน
- แตนเบียนไข่เทเลโนมัส เป็นแมลงเบียนไข่ของผีเสื้อหนอนกออ้อย ลักษณะการทำลายคล้ายกับแตนเบียนไข่ไตรโคแกรมมา ตัวเต็มวัยมีสีดำเข้ม ขนาดประมาณ 1.0 มิลลิเมตร
- แตนเบียนหนอนโคทีเซีย เป็นแมลงเบียนระยะหนอนของหนอนกออ้อย ตัวเต็มวัยมีสีดำขนาด 1.0 - 2.0 มิลลิเมตร วางไข่ในลำตัวหนอนกออ้อย เมื่อไข่ฟักเป็นหนอนจะดูดกินอยู่ภายในตัวหนอนกออ้อย หนอนของแตนเบียนที่โตเต็มที่จะเจาะผนังลำตัวหนอนกออ้อยออกมาสร้างรังดักแด้ หนอนกออ้อยที่ถูกแตนเบียนโคทีเซียเข้าทำลายจะมีตัวเหลืองซีด เคลื่อนไหวช้า ไม่กินอาหารและตาย
(3) เชื้อรา ช่วยทำลายแมลงศัตรูอ้อย สปอร์ของเชื้อราบนตัวแมลงอาศัย เมื่อได้รับความชื้นที่เหมาะสม จะงอกเป็นเส้นใยแทงผ่านรูหายใจแมลง เข้าไปเจริญเติบโต สร้างเส้นใย และเพิ่มปริมาณอยู่ภายในเต็มลำตัวแมลง ทำให้แมลงอาศัยตาย หลังจากนั้นจะสร้างเส้นใยและสปอร์ออกมาคลุมตัวแมลงอาศัย เชื้อราชนิดนี้เข้าทำลายหนอนของด้วงหนวดยาว ปลวก และแมลงนูนหลวง
(4) ไร ดูดกินน้ำเลี้ยงจากหนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย ทำให้ด้วงหนวดยาวตาย
(5) นกฮูก นกแสก เหยี่ยว พังพอน และงู เป็นศัตรูธรรมชาติจับกินหนูสัตว์ศัตรูของอ้อย
6
ศัตรูธรรมชาติทั้ง 5 กลุ่มนี้ มีประสิทธิภาพในการควบคุมแมลงและสัตว์ศัตรูพืช ดังนั้นในการป้องกันกำจัดศัตรูอ้อย ควรใช้วิธีการที่ปลอดภัยตามคำแนะนำ เพื่ออนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ดังกล่าว
2.2.2 โรคที่สำคัญและการป้องกันกำจัด
(1) โรคใบขาว
สาเหตุ เกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมา
ลักษณะอาการ ใบอ้อยเรียวแคบเล็ก สีเขียวอ่อนหรือขาว แตกกอเป็นฝอย แคระแกร็น พบทุกระยะการเจริญเติบโต อาการจะปรากฏชัดเจนในอ้อยตอที่แตกใหม่ โดยเฉพาะในอ้อยอายุ 4-5 เดือนขึ้นไป จะสังเกตได้จากการแตกหน่อสีขาวที่โคนกอหรือตาข้าง พบโรคในทุกแหล่งปลูก สามารถแพร่ระบาดโดยทางท่อนพันธุ์ ทำให้ผลผลิตเสียหาย 30-100 เปอร์เซ็นต์
ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในฤดูฝน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งปลูกที่เป็นดินร่วนปนทราย
การป้องกันกำจัด
- ไม่ใช้ท่อนพันธุ์จากแหล่งและแปลงที่มีโรคระบาด หากมีความจำเป็น ให้แช่ท่อนพันธุ์ในน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส นาน 2 ชั่วโมง
- ขุดตออ้อยที่เป็นโรค และนำไปทำลายนอกแปลงปลูก
- ในแหล่งที่พบการระบาดของโรคเป็นประจำ หลังเก็บเกี่ยวแล้วให้รื้อแปลงและทำลายตออ้อย
- ปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อตัดวงจรโรค เช่น ถั่วมะแฮะ ถั่วพร้า ถั่วเหลือง หรือข้าวโพด เป็นต้น
(2) โรคเหี่ยวเน่าแดง
สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา
ลักษณะอาการ ยอดเหลือง ต่อมาจะแห้ง เนื้อในลำอ้อยเน่าช้ำสีแดง หรือสีน้ำตาลม่วง ทำให้ต้นอ้อยตาย อ้อยปลูกใหม่จะเริ่มแสดงอาการในเดือนที่ 6 - 7 ทำให้ผลผลิตลดลง 20 - 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในอ้อยตอจะเริ่มแสดงอาการตั้งแต่ 2 - 3 เดือนหลังแต่งตอ ทำให้ผลผลิตลดลง 50 - 100 เปอร์เซ็นต์ เชื้อราติดไปกับท่อนพันธุ์ แพร่ไปตามดิน สปอร์ปลิวไปตามลมและน้ำ พบระบาดในแหล่งปลูกภาคกลาง
ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในฤดูฝน
การป้องกันกำจัด
- ปลูกพันธุ์ที่ต้านทานต่อโรคได้แก่ เค 84-200 เค 88-92 เค 90-77 เอฟ 156 อู่ทอง 4 หรือขอนแก่น 1
- ไม่ใช้ท่อนพันธุ์จากแหล่งและแปลงที่มีโรคระบาด
- ถ้าโรคระบาดในแปลงอ้อยปลูก ควรงดการให้ปุ๋ยและน้ำ แล้วรีบตัดอ้อยส่งโรงงาน
- หลังเก็บเกี่ยวให้ขุดตออ้อยที่เป็นโรคเผาทำลาย และไถตากดิน 2 - 3 ครั้ง ก่อนปลูกอ้อยใหม่
7
(3) โรคแส้ดำ
สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา
ลักษณะอาการ อ้อยแตกยอดออกมาเป็นแส้สีดำ พบว่ามีอาการรุนแรงในอ้อยตอมากกว่าอ้อยปลูก ทำให้ตอแคระแกร็น ไม่ให้ลำหรือลำเล็กผอมและแห้งตาย พบโรคในทุกแหล่งปลูก เชื้อราติดไปกับท่อนพันธุ์ แพร่ไปตามดิน สปอร์ปลิวไปตามลมและน้ำ ทำให้ผลผลิตในพันธุ์อ่อนแอลดลง 50 - 80 เปอร์เซ็นต์ คุณภาพลดลง 10 - 12 เปอร์เซ็นต์
ช่วงเวลาระบาด ตลอดฤดูปลูก
การป้องกันกำจัด
- ใช้พันธุ์ต้านทานต่อโรค ได้แก่ อู่ทอง 1 อู่ทอง 3 อู่ทอง 4 ขอนแก่น 1 เค 84-200 หรือ เค 88-92
- ไม่ใช้ท่อนพันธุ์จากแหล่งและแปลงที่มีโรคระบาด
- แช่ท่อนพันธุ์ก่อนปลูกในสารป้องกันกำจัดโรคพืชเช่น ไตรอะไดมีฟอน (25 % ดับบลิวพี) อัตราการใช้ 48 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือโพรพิโคนาโซล (25% อีซี) อัตราการใช้ 16 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร แช่ท่อนพันธุ์นาน 30 นาทีก่อนปลูก
(4) โรคกอตะไคร้
สาเหตุ เกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมา
ลักษณะอาการ อ้อยแตกกอเป็นฝอยคล้ายกอตะไคร้ ต้นแคระแกร็น ใบแคบเล็ก สีเขียว อาการรุนแรงในอ้อยตอจนไม่มีลำให้เก็บเกี่ยว พบระบาดในแหล่งปลูกภาคกลาง โรคติดไปกับท่อนพันธุ์ ทำให้ผลผลิตในพันธุ์อ่อนแอลดลง 20 - 50 เปอร์เซ็นต์ในอ้อยปลูก และ 100 เปอร์เซ็นต์ในอ้อยตอ
ช่วงเวลาระบาด ตลอดฤดูปลูก
การป้องกันกำจัด
- ไม่ใช้ท่อนพันธุ์จากแหล่งและแปลงที่มีโรคระบาด
- ปลูกอ้อยพันธุ์ทนทานโรค คือ อู่ทอง 3
2.2.3 แมลงศัตรูที่สำคัญและการป้องกันกำจัด
(1) หนอนกอลายจุดใหญ่ หรือหนอนเจาะลำต้นอ้อย
ลักษณะการทำลาย ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนสีน้ำตาลเข้ม ลำตัวยาว 1.5 - 2.0 เซนติเมตร วางไข่เป็นกลุ่มคล้ายเกล็ดปลา มีไขหุ้ม ตามใบ กาบใบ และลำต้น หนอนสีขาวนวล โตเต็มที่ยาวประมาณ 2.0 เซนติเมตร มีลายที่ด้านข้างและบนลำตัว มีจุดกลมขนาดเท่าหัวเข็มหมุดหลังลำตัว หนอนเจาะลำต้นอ้อยบริเวณส่วนยอด แล้วกัดกินเนื้ออ้อยลงมาถึงโคนจนเหลือแต่เปลือก พบการระบาดในทุกแหล่งปลูกอ้อย
ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในพื้นที่มีความชื้นสูง 70 - 80 เปอร์เซ็นต์ ใกล้แหล่งน้ำหรือติดกับนาข้าว เข้าทำลายตั้งแต่อ้อยย่างปล้องประมาณ 5 เดือน จนถึงระยะเก็บเกี่ยว
9
การป้องกันกำจัด
- หลังเก็บเกี่ยว ใช้ใบอ้อยคลุมดิน เพื่อป้องกันการทำลายของหนอน
- ในแหล่งที่พบการระบาดเป็นประจำ ให้ปลูกพันธุ์ต้านทาน ได้แก่ เค 84-200 อู่ทอง 1 อู่ทอง 3
- ตัดลำอ้อยที่ถูกทำลาย แล้วผ่าลำอ้อยทำลายหนอนที่อยู่ภายใน
- ทำการป้องกันโดยวิธีผสมผสาน
(2) หนอนกอลายจุดเล็ก
ลักษณะและการทำลาย ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน สีน้ำตาล ลำตัวยาว 1.0 - 1.5 เซนติเมตร ปีกคู่หน้าสีน้ำตาลเข้ม มีจุดสีน้ำตาลดำเลือน ๆ อยู่ข้างละจุด ปีกคู่หลังสีน้ำตาลอ่อน วางไข่เป็นกลุ่มที่ใบ หนอนมีลายสีน้ำตาลดำสลับขาว หัวสีน้ำตาลเข้ม โตเต็มที่ยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร มีจุดขนาดเล็กบนหลังปล้องละคู่ หนอนวัยที่ 3 ทิ้งตัวลงมาเจาะที่โคนหน่ออ้อยระดับผิวดิน กัดกินส่วนเจริญเติบโตของอ้อย ทำให้ยอดอ้อยแห้งตาย พบการระบาดในทุกแหล่งปลูกอ้อย
ช่วงเวลาระบาด ในช่วงที่มีอุณหภูมิสูง และอากาศแห้งแล้ง หรือช่วงอ้อยแตกกออายุ 1 - 4 เดือน
การป้องกันกำจัด
- หลังเก็บเกี่ยว ใช้ใบอ้อยคลุมดิน เพื่อป้องกันการทำลายของหนอน
- ในแหล่งที่พบการระบาดรุนแรงเป็นประจำ ให้ปลูกอ้อยหลาย ๆ พันธุ์คละกัน และควรปลูกพันธุ์ทนทานปานกลาง คือ เค 84-200 หรือ อู่ทอง 1
- ตัดหน่ออ้อยที่ถูกทำลาย แล้วผ่าลำอ้อยทำลายหนอนที่อยู่ภายใน
- ทำการป้องกันกำจัดโดยวิธีผสมผสาน
(3) ด้วงหนวดยาว
ลักษณะและการทำลาย เป็นแมลงศัตรูในดิน ตัวเต็มวัย สีน้ำตาลแดง ยาว 2.5 - 4.0 เซนติเมตร เพศเมียส่วนท้องมีลักษณะมน ส่วนเพศผู้ตรงปลายเว้า พบระบาดมากในดินร่วนปนทราย วางไข่ใกล้โคนต้นอ้อย หนอนรูปร่างแบนทรงกระบอก สีขาวนวล โตเต็มที่ยาว 7-10 เซนติเมตร กัดกินรากและเหง้าอ้อย ทำให้ลำต้นเป็นโพรง แห้งตายทั้งกอ เข้าทำลายอ้อยเกือบตลอดอายุการเจริญเติบโต
ช่วงเวลาระบาด ระบาดตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในดินร่วนปนทรายที่ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน
การป้องกันกำจัด
- ถ้าระบาดทำลายลำอ้อยปลูกเกิน 24 เปอร์เซ็นต์ ควรไถทิ้งหลังเก็บเกี่ยว
- ไถพรวนดินหลาย ๆ ครั้งก่อนปลูกอ้อย แล้วเก็บหนอนออกจากแปลงไปทำลาย
- ในระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน เป็นระยะที่พบตัวเต็มวัยเป็นจำนวนมาก ให้ใช้กับดักหลุมที่ปูพื้นด้วยผ้าพลาสติก จับแล้วนำไปทำลาย
- พ่นสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช
(4) ปลวก
ลักษณะและการทำลาย สร้างรังอยู่ใต้ดิน ลำตัวสีขาว เข้าทำลายลำอ้อยระดับต่ำกว่าผิวดินเล็กน้อย กัดกินอ้อยเป็นโพรงแล้วบรรจุดินแทนที่ ทำให้น้ำหนักอ้อยลดลง เข้าทำลายอ้อยทุกระยะการเจริญเติบโต พบระบาดในทุกแหล่งปลูกอ้อย
ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในสภาพอากาศแห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน
การป้องกันกำจัด
- ไถ 1-2 ครั้ง ตากดิน 7-10 วัน แล้วพรวน 2-3 ครั้ง
- พ่นสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช (ตามคำแนะนำตารางที่ 2)
(5) แมลงนูนหลวง
ลักษณะและการทำลาย เป็นแมลงศัตรูในดิน ตัวเต็มวัยปีกค่อนข้างใหญ่ ยาว 3.2 - 4.0 เซนติเมตร วางไข่ในดินลึกประมาณ 15 เซนติเมตร หนอนมีลักษณะโค้งงอ ยาว 6.5 - 7.0 เซนติเมตร สีขาวนวล ปากมีเขี้ยวใหญ่แข็งแรง ขาเจริญเติบโตดีเห็นได้ชัดเจน กัดกินรากอ้อยแห้งตายทั้งกอ ทำให้อ้อยหักล้ม
ช่วงเวลาระบาด ระบาดตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในดินร่วนปนทราย
การป้องกันกำจัด
- จับตัวเต็มวัยทำลาย
- ไถพรวนดินหลายครั้ง ทำลายไข่และหนอนในดินก่อนปลูกอ้อย
- พ่นสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช
2.2.4 สัตว์ศัตรูที่สำคัญและการป้องกันกำจัด ได้แก่ หนู
ลักษณะและการทำลาย หนูเป็นสัตว์ฟันแทะ กัดกินอ้อยทุกระยะการเจริญเติบโต
โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงอ้อยอายุ 6 - 8 เดือน หนูพุกใหญ่และหนูพุกเล็ก ทำความเสียหายรุนแรงมากกว่าหนูบ้านท้องขาวโดยกัดแทะโคนต้นและตาอ้อย ต้นอ้อยจะหักล้มและถูกหนูชนิดอื่นเข้าทำลายซ้ำ ทำให้ผลผลิต และคุณภาพอ้อยลดลง
ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในฤดูที่ไม่มีพืชอาหารชนิดอื่น
การป้องกันกำจัด
- กำจัดวัชพืชบริเวณแปลงปลูก และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อไม่ให้เป็นที่อาศัยของหนู
- ใช้กรงดักหรือกับดัก
- เมื่อสำรวจพบร่องรอย รูหนู ประชากรหนู และความเสียหายของอ้อยรุนแรงให้ใช้วิธีป้องกันกำจัดโดยวิธีผสมผสาน เช่น การใช้กรงดักหรือกับดัก ร่วมกับการใช้เหยื่อพิษ (รายละเอียดตารางที่ 3)
2.3 คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและเหมาะสม
การใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่เหมาะสม เกษตรกรต้องรู้จักศัตรูพืช ชนิดและอัตราการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช การเลือกใช้เครื่องพ่น หัวพ่น และวิธีการพ่นที่ถูกต้อง มีข้อแนะนำควรปฏิบัติดังนี้
การใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช
2.3.1 ตรวจซ่อมอุปกรณ์เครื่องพ่นอย่าให้มีรอยรั่ว เพื่อป้องกันสารพิษเปียกเปื้อนเสื้อผ้าและร่างกายของผู้พ่น
2.3.2 ต้องสวมเสื้อผ้าและอุปกรณ์ป้องกันสารพิษ ได้แก่ หน้ากากหรือผ้าปิดจมูก ถุงมือ หมวก และรองเท้า เพื่อป้องกันอันตรายจากสารพิษ
2.3.3 อ่านฉลากคำแนะนำคุณสมบัติ และการใช้ของสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง
2.3.4 ควรพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชในช่วงเช้าหรือเย็น ขณะลมสงบ หลีกเลี่ยงการพ่นในเวลาแดดจัดหรือลมแรง ขณะปฏิบัติงานผู้พ่นต้องอยู่เหนือลมตลอดเวลา
2.3.5 เตรียมสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชสำหรับใช้ให้หมดในคราวเดียว ไม่ควรเหลือติดค้างในถังพ่น
2.3.6 ปิดฝาภาชนะบรรจุสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชให้สนิทเมื่อเลิกใช้ เก็บไว้ในที่มิดชิด ห่างจากสถานที่ปรุงอาหาร แหล่งน้ำ และต้องปิดกุญแจโรงเก็บ
2.3.7 ภายหลังการพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชทุกครั้ง ผู้พ่นต้องอาบน้ำ สระผม และเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที เสื้อผ้าที่ใส่ขณะพ่นสาร ต้องซักให้สะอาดทุกครั้ง
2.3.8 ไม่เก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่ใช้จะสลายตัวถึงระดับปลอดภัย โดยดูจากตารางคำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช หรือฉลากที่ภาชนะบรรจุ
2.3.9 ควรจดบันทึกการใช้สารเคมีทุกครั้ง
2.4.การเก็บเกี่ยว
2.4.1 ระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม
(1) เก็บเกี่ยวอ้อยที่อายุ 10-14 เดือนหลังปลูก สังเกตจากยอดอ้อยจะมีข้อถี่กว่าปกติ
(2) น้ำอ้อยมีความหวานมากกว่า 10 ซี.ซี.เอส. หรือมีค่าบริกซ์ของส่วนกลางและปลายลำอ้อยแตกต่างกันน้อยกว่า 2 องศาบริกซ์
(3) ควรตัดอ้อยตอเข้าโรงงานก่อนอ้อยปลูก
2.4.2 วิธีการเก็บเกี่ยว
(1) ใช้แรงงาน
(1) ใช้ใบมีดถากใบและกาบใบออกทั้ง 2 ด้าน แล้วตัดอ้อยให้ชิดดิน
(2) ควรตัดยอดอ้อยต่ำกว่าจุดคอใบ ประมาณ 25 - 30 เซนติเมตร ในอ้อยที่ไม่ออกดอก และตัดต่ำกว่าใบธง ประมาณ 100 – 150 เซนติเมตร ในอ้อยที่ออกดอก
(3) ใช้ยอดอ้อยมัดโคนและปลายลำอ้อย มัดละ 10 ลำวางในไร่
(2) ใช้เครื่องเก็บเกี่ยว
ใช้เครื่องแบบตัดเป็นท่อน ตั้งใบมีดล่างให้ชิดดิน และใบมีดบนให้ได้ระดับกับความสูงของอ้อย ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับคำแนะนำในข้อ (2.4.1) แล้วใส่รถบรรทุกส่งเข้าโรงงานภายใน 24 ชั่วโมง
2.4.3 การจัดการตออ้อย
(1) อ้อยที่ใช้แรงงานต้องใช้ใบมีดตัดอ้อยให้ชิดดินทันที่หลังเก็บเกี่ยว
(2) ต้องไม่เผาใบอ้อย ให้ใช้ใบและยอดอ้อยคลุมดิน เพื่อรักษาความชื้น ทำให้อ้อยตองอกดีช่วยป้องกันการงอกของวัชพืช และลดการระบาดของหนอนกออ้อย
(3)ให้ปุ๋ยและน้ำ
2.5.วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว
2.5.1 การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว
(1) อ้อยที่ใช้แรงงานตัด ต้องส่งเข้าโรงงานภายใน 1-2 วัน
(2) อ้อยที่ตัดโดยใช้เครื่องเก็บเกี่ยว ต้องส่งเข้าโรงงานภายใน 24 ชั่วโมง
2.5.2 การขนส่ง
(1) เตรียมยานพาหนะในการขนส่งไว้ล่วงหน้าก่อนการเก็บเกี่ยว
(2) รถบรรทุกอ้อยต้องสะอาด และเหมาะสมกับปริมาณอ้อย ไม่ควรเป็นรถที่ใช้บรรทุกดิน สัตว์ มูลสัตว์ ปุ๋ยเคมี และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช เพราะอาจมีการปนเปื้อน ยกเว้น จะมีการทำ
ความสะอาดอย่างเหมาะสม ก่อนนำมาบรรทุกอ้อย
(3) ต้องไม่มีดิน และหินติดไปกับลำอ้อยระหว่างใช้เครื่องขนขึ้นรถบรรทุก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

